← บล็อก
2026-09-07 · บล็อก

สัญญาซื้อขายบ้าน-คอนโด เทมเพลต 2026 — จดทะเบียนไม่ครบเสี่ยงอะไร

สรุปสั้น: การซื้อขายบ้านหรือคอนโดในไทยต้องทำเป็นหนังสือและจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่กรมที่ดินตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 456 มิฉะนั้นสัญญาซื้อขายจะเป็นโมฆะไม่มีผลผูกพันในการโอนกรรมสิทธิ์ สิ่งที่ทำกันจริงในทางปฏิบัติคือทำสัญญาจะซื้อจะขายก่อนเพื่อวางมัดจำและกำหนดเงื่อนไข ซึ่งไม่ต้องจดทะเบียนแต่ก็ไม่ใช่การโอนกรรมสิทธิ์ จนกว่าจะไปจดทะเบียนโอนที่กรมที่ดินจริงในวันนัด บทความนี้สรุปภาพรวมปี 2026 พร้อมข้อกำหนดที่ต้องมี

การซื้อขายอสังหาริมทรัพย์เป็นธุรกรรมมูลค่าสูงที่มีรายละเอียดทางกฎหมายเฉพาะตัว ต่างจากการซื้อขายทรัพย์สินทั่วไปตรงที่กฎหมายบังคับแบบไว้อย่างเคร่งครัด การไม่เข้าใจขั้นตอนนี้อาจทำให้เสียเงินมัดจำหรือเสียสิทธิในทรัพย์สินไปเลย

ทำไมต้องจดทะเบียนที่กรมที่ดิน

มาตรา 456 ป.พ.พ. กำหนดว่าการซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ต้องทำเป็นหนังสือและจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ มิฉะนั้นเป็นโมฆะ ซึ่งต่างจากทรัพย์สินทั่วไปที่ตกลงซื้อขายกันด้วยวาจาก็มีผลแล้ว หลักการนี้มีไว้เพื่อความชัดเจนของกรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินมูลค่าสูงและป้องกันข้อพิพาทภายหลัง จุดสำคัญคือแค่เซ็นสัญญาซื้อขายกันเองโดยไม่ไปจดทะเบียนที่กรมที่ดิน กรรมสิทธิ์ยังไม่โอนไปยังผู้ซื้อแม้จะจ่ายเงินครบแล้วก็ตาม

สัญญาจะซื้อจะขาย ขั้นตอนก่อนโอนจริง

ในทางปฏิบัติ ผู้ซื้อผู้ขายมักทำสัญญาจะซื้อจะขายก่อน เพื่อล็อกราคาและเงื่อนไข พร้อมวางเงินมัดจำส่วนหนึ่ง สัญญานี้ไม่ต้องจดทะเบียนและไม่ใช่การโอนกรรมสิทธิ์ แต่เป็นสัญญาผูกพันให้ทั้งสองฝ่ายต้องไปจดทะเบียนโอนกันจริงในวันที่กำหนด ข้อกำหนดที่ต้องมีให้ครบคือ ราคาซื้อขายและงวดการชำระ จำนวนเงินมัดจำและเงื่อนไขการริบหรือคืนมัดจำหากฝ่ายใดผิดสัญญา วันนัดจดทะเบียนโอนที่ชัดเจน ผู้รับผิดชอบค่าธรรมเนียมโอนและภาษีต่างๆ และสภาพทรัพย์ที่ต้องส่งมอบ

ความเสี่ยงที่พบบ่อยเมื่อสัญญาไม่รัดกุม

ปัญหาคลาสสิกคือผู้ขายรับมัดจำแล้วไม่ยอมไปโอนตามนัด หรือผู้ซื้อผิดนัดไม่ไปรับโอนและไม่ยอมจ่ายส่วนที่เหลือ สัญญาจะซื้อจะขายที่ดีต้องระบุผลของการผิดสัญญาให้ชัดว่าฝ่ายผิดสัญญาต้องรับผิดชอบอย่างไร เช่น ผู้ขายผิดสัญญาต้องคืนมัดจำพร้อมเบี้ยปรับ ผู้ซื้อผิดสัญญาถูกริบมัดจำ อีกจุดที่มักถูกมองข้ามคือการตรวจสอบภาระผูกพันของทรัพย์ก่อนวางมัดจำ เช่น ทรัพย์ติดจำนองอยู่หรือไม่ มีผู้เช่าหรือบุคคลอื่นครอบครองอยู่หรือไม่ ควรตรวจสอบโฉนดที่กรมที่ดินก่อนเซ็นสัญญาเสมอ

วันโอนที่กรมที่ดิน สิ่งที่ต้องเตรียม

ในวันนัดโอน ทั้งสองฝ่ายต้องไปที่สำนักงานที่ดินพร้อมเอกสารประจำตัวและโฉนดตัวจริง ชำระค่าธรรมเนียมการโอนและภาษีที่เกี่ยวข้องตามที่ตกลงกันในสัญญา เมื่อพนักงานเจ้าหน้าที่จดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์เสร็จ กรรมสิทธิ์จึงจะโอนไปยังผู้ซื้อโดยสมบูรณ์ตามกฎหมาย ควรตรวจสอบชื่อในโฉนดใหม่ให้ถูกต้องก่อนออกจากสำนักงานที่ดินในวันนั้นเลย เพราะการแก้ไขภายหลังจะยุ่งยากกว่ามาก

ขั้นตอนเอกสาร/การกระทำผลทางกฎหมาย
1. สัญญาจะซื้อจะขายวางมัดจำ กำหนดเงื่อนไขผูกพันให้ต้องไปโอน แต่ยังไม่โอนกรรมสิทธิ์
2. ตรวจสอบโฉนดเช็คภาระผูกพัน จำนอง ผู้ครอบครองป้องกันซื้อทรัพย์ที่มีปัญหาแฝง
3. จดทะเบียนโอนที่กรมที่ดินเซ็นต่อหน้าพนักงานเจ้าหน้าที่กรรมสิทธิ์โอนสมบูรณ์

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

จ่ายเงินครบแล้วแต่ยังไม่ได้จดทะเบียนถือว่าเป็นเจ้าของหรือยัง

ยังไม่ใช่ กรรมสิทธิ์จะโอนก็ต่อเมื่อจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่กรมที่ดินเสร็จเรียบร้อยเท่านั้น ตามมาตรา 456

ผู้ขายรับมัดจำแล้วหายไปไม่มาโอนทำอย่างไร

ฟ้องบังคับให้ปฏิบัติตามสัญญาจะซื้อจะขาย หรือเรียกมัดจำคืนพร้อมค่าเสียหายตามที่ระบุไว้ในสัญญาได้

ซื้อบ้านที่ยังติดจำนองอยู่ได้ไหม

ได้ แต่ต้องระบุในสัญญาให้ชัดว่าใครรับผิดชอบไถ่ถอนจำนองก่อนวันโอน มิฉะนั้นผู้ซื้ออาจรับภาระจำนองไปโดยไม่รู้ตัว

สัญญาจะซื้อจะขายต้องจดทะเบียนที่กรมที่ดินไหม

ไม่ต้อง เป็นเพียงสัญญาผูกพันให้ไปโอนกันในอนาคต การจดทะเบียนทำเฉพาะขั้นตอนโอนกรรมสิทธิ์จริงเท่านั้น

ค่าธรรมเนียมโอนและภาษีใครเป็นคนจ่าย

ไม่มีกฎหมายบังคับตายตัว ขึ้นกับข้อตกลงระหว่างคู่สัญญา ควรระบุให้ชัดเจนในสัญญาจะซื้อจะขายว่าใครรับผิดชอบส่วนไหน

ข้อจำกัดความรับผิดชอบ

บทความนี้ให้ข้อมูลทั่วไปเกี่ยวกับการซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ ไม่ใช่คำปรึกษากฎหมายเฉพาะกรณี ธุรกรรมมูลค่าสูงควรให้ทนายความไทยผู้มีใบอนุญาตตรวจสัญญาและโฉนดก่อนวางมัดจำเสมอ

ลองใช้ MeshLaw

AI ร่างเอกสาร ทนายความตรวจทาน สมัครฟรีแล้วลองใช้ได้ทันที

เริ่มต้นฟรี →