ร่างสัญญาด้วย AI — มอบหมายได้แค่ไหน และต้องตรวจอะไรบ้าง
เมื่อค้นหา "ร่างสัญญา AI" หรือ "AI ทำสัญญา" สุดท้ายคำถามมักเหลือเพียงข้อเดียว: เรามอบการร่างสัญญาให้ AI ได้แค่ไหน ในทางปฏิบัติ AI ช่วยสร้างข้อสัญญามาตรฐานและฉบับร่างชั้นต้นได้รวดเร็ว แต่การตัดสินว่าร่างนั้นเหมาะกับธุรกรรมของเราหรือไม่ และการรับผิดชอบ ยังเป็นหน้าที่ของคน
สิ่งที่ AI ทำได้ดีในงานสัญญา
AI เก่งในการเติมข้อสัญญามาตรฐานของสัญญาแบบกำหนดรูปแบบ เช่น สัญญารักษาความลับ (NDA) จ้างทำของ หรือซื้อขาย การเสนอรายการตรวจข้อที่มักตกหล่น (กฎหมายที่ใช้บังคับ เขตอำนาจศาล การบอกเลิก เพดานค่าเสียหาย) และการตรวจความสอดคล้องของโครงสร้างและคำนิยามในสัญญายาว ๆ ยิ่งทำสัญญาคล้ายกันซ้ำ ๆ เวลาในการร่างยิ่งลดลงมาก
สิ่งที่คนต้องตรวจเสมอ
- เงื่อนไขเฉพาะของธุรกรรม: จำนวนเงิน ระยะเวลา การแบ่งความรับผิด ข้อตกลงพิเศษ ซึ่งใช้ได้กับธุรกรรมนี้เท่านั้น เติมด้วยร่างทั่วไปของ AI ไม่ได้
- การแบ่งความเสี่ยง: ข้อค่าเสียหาย ข้อยกเว้นความรับผิด และเบี้ยปรับ อาจเอนเอียงไปทางฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง ต้องทบทวนจากมุมของลูกความเรา
- มาตรา/คำพิพากษาที่ไม่มีจริง: กฎหมายหรือคำพิพากษาที่ AI อ้างต้องเทียบกับต้นฉบับเสมอ เพราะอาจมีการกุขึ้นที่ดูน่าเชื่อปนมา
- กฎหมายที่ใช้บังคับและภาษา: เครื่องมือที่ฝึกด้วยข้อมูลภาษาอังกฤษอาจให้ถ้อยคำที่ไม่ตรงกับระบบกฎหมายและธรรมเนียมสัญญาในประเทศ
ตรวจเรื่องความลับก่อน
สัญญามีชื่อคู่สัญญา จำนวนเงิน และความลับทางการค้า เครื่องมือที่คุณควบคุมไม่ได้ว่าข้อมูลถูกส่ง จัดเก็บ หรือใช้ฝึกที่ใด ถือเป็นความเสี่ยงในตัว ก่อนเลือกเครื่องมือ ให้ตรวจก่อนว่า "เอกสารสัญญาที่ป้อนเข้าไปถูกใช้ฝึกหรือไม่ และเมื่อเลิกใช้จะลบหรือนำข้อมูลออกได้อย่างไร"
รวมเป็นหน่วยตามคดี (ธุรกรรม)
แชทบอททั่วไปทำให้บริบทขาดตอนทุกครั้งที่เปิดแชทใหม่ ร่างแก้และประวัติของธุรกรรมเดียวกันไม่ถูกส่งต่อ เมื่อร่างสัญญา ฉบับแก้ และบันทึกการตรวจของธุรกรรมหนึ่งอยู่ในบริบทเดียว (matter) การจัดการเวอร์ชันและการตรวจการอ้างอิงจะอยู่ที่เดียวกัน และการตกหล่นของบริบทจะลดลง
สรุป
การร่างสัญญาด้วย AI ปลอดภัยและเร็วที่สุดเมื่อแบ่งว่า "ข้อมาตรฐานและฉบับร่างให้ AI ส่วนการตัดสินเฉพาะธุรกรรมและความรับผิดชอบเป็นของทนายความ" ใช้ AI ตรวจข้อที่ตกหล่นและความสอดคล้อง แต่ให้คนตรวจข้อสัญญาเสี่ยง กฎหมายที่ใช้บังคับ และการอ้างอิงจนจบ