เลิกจ้างไม่เป็นธรรม ค่าชดเชยเท่าไร 2026 — สิทธิที่ต้องรู้ก่อนเซ็น
สรุปสั้น: เมื่อถูกเลิกจ้าง มีเงินสองก้อนที่แยกจากกันโดยสิ้นเชิง คือค่าชดเชยตามกฎหมาย (มาตรา 118 พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน) ที่คำนวณตามอายุงานและนายจ้างต้องจ่ายแทบทุกกรณีเว้นแต่มีความผิดร้ายแรง กับค่าเสียหายจากการเลิกจ้างไม่เป็นธรรมที่ต้องฟ้องต่อศาลแรงงานและพิสูจน์ว่าการเลิกจ้างไม่มีเหตุอันสมควรเพียงพอ จุดที่ลูกจ้างมักเสียเปรียบที่สุดคือรีบเซ็นใบลาออกที่นายจ้างยื่นให้แลกกับเงินก้อนหนึ่ง ซึ่งทำให้เสียสิทธิค่าชดเชยและสิทธิฟ้องเลิกจ้างไม่เป็นธรรมไปพร้อมกัน บทความนี้สรุปภาพรวมปี 2026
การถูกเลิกจ้างเป็นช่วงเวลาที่กดดัน หลายคนเซ็นเอกสารที่นายจ้างยื่นให้ทันทีเพื่อให้เรื่องจบเร็ว โดยไม่รู้ว่าเอกสารนั้นอาจเปลี่ยนสถานะจาก "เลิกจ้าง" เป็น "ลาออกเอง" ซึ่งทำให้เสียสิทธิที่ควรได้รับไปทั้งหมด
ค่าชดเชยตามอายุงาน สิทธิพื้นฐานที่นายจ้างต้องจ่าย
ตามมาตรา 118 พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 นายจ้างต้องจ่ายค่าชดเชยเมื่อเลิกจ้างโดยลูกจ้างไม่มีความผิด โดยอัตราขั้นบันไดตามอายุงาน เช่น ทำงานครบ 120 วันแต่ไม่ถึง 1 ปี ได้ค่าชดเชย 30 วัน ทำงานครบ 1 ปีแต่ไม่ถึง 3 ปี ได้ 90 วัน ไล่ระดับขึ้นไปจนอายุงานตั้งแต่ 20 ปีขึ้นไปได้สูงสุด 400 วัน สิทธินี้เป็นสิทธิพื้นฐานที่ไม่ต้องพิสูจน์ว่าการเลิกจ้างเป็นธรรมหรือไม่ นายจ้างจ่ายเสมอเว้นแต่ลูกจ้างมีความผิดร้ายแรงตามที่กฎหมายระบุไว้ เช่น ทุจริตต่อหน้าที่หรือฝ่าฝืนข้อบังคับร้ายแรง
เลิกจ้างไม่เป็นธรรม คนละเรื่องกับค่าชดเชย
แม้นายจ้างจะจ่ายค่าชดเชยตามกฎหมายครบแล้ว ลูกจ้างยังมีสิทธิฟ้องเลิกจ้างไม่เป็นธรรมต่อศาลแรงงานแยกต่างหากได้ หากเห็นว่าการเลิกจ้างไม่มีเหตุอันสมควรเพียงพอ เช่น เลิกจ้างเพราะเหตุผลที่ไม่เกี่ยวกับผลงานหรือความจำเป็นทางธุรกิจจริง ศาลแรงงานมีอำนาจสั่งให้นายจ้างรับกลับเข้าทำงานหรือจ่ายค่าเสียหายเพิ่มเติมนอกเหนือจากค่าชดเชยตามกฎหมาย โดยพิจารณาจากอายุงาน ความเดือดร้อนของลูกจ้าง และเหตุผลของนายจ้างประกอบกัน คดีประเภทนี้ฟ้องที่ศาลแรงงานเช่นเดียวกับคดีค่าจ้างค้างจ่าย ดูรายละเอียดขั้นตอนที่เรียกร้องค่าจ้างค้างจ่าย
อย่ารีบเซ็นใบลาออกที่นายจ้างยื่นให้
กลยุทธ์ที่นายจ้างบางรายใช้คือยื่นเอกสารให้ลูกจ้างเซ็น "ลาออกเอง" พร้อมเงินก้อนหนึ่ง เพื่อหลีกเลี่ยงการจ่ายค่าชดเชยเต็มจำนวนและตัดสิทธิฟ้องเลิกจ้างไม่เป็นธรรม เพราะกฎหมายคุ้มครองแรงงานคุ้มครองเฉพาะกรณี "เลิกจ้าง" ไม่ใช่ "ลาออกเอง" ก่อนเซ็นเอกสารใดๆ ควรอ่านให้ละเอียดว่าระบุว่าเป็นการลาออกหรือเลิกจ้าง หากไม่แน่ใจควรปรึกษาทนายความหรือกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานก่อนเซ็น เพราะเมื่อเซ็นแล้วมักย้อนกลับมาโต้แย้งได้ยาก
ขั้นตอนที่ควรทำเมื่อถูกเลิกจ้าง
เก็บหลักฐานการจ้างงานทั้งหมด สัญญาจ้าง สลิปเงินเดือน และหนังสือเลิกจ้างหากมี ตรวจสอบว่าได้รับค่าชดเชยตามอายุงานครบถ้วนหรือไม่ หากนายจ้างไม่จ่ายค่าชดเชยเลยหรือจ่ายไม่ครบ ยื่นคำร้องต่อกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานได้ทันที และถ้าเห็นว่าเหตุผลการเลิกจ้างไม่เป็นธรรม ให้ปรึกษาเรื่องฟ้องคดีเลิกจ้างไม่เป็นธรรมภายในเวลาที่เหมาะสม เพราะอายุความคดีแรงงานมีกำหนดเวลาเช่นกัน
| ค่าชดเชยตามกฎหมาย | ค่าเสียหายเลิกจ้างไม่เป็นธรรม | |
|---|---|---|
| ฐานกฎหมาย | มาตรา 118 พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน | พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานฯ |
| ต้องพิสูจน์ | เพียงมีการเลิกจ้างและอายุงาน | เลิกจ้างไม่มีเหตุอันสมควร |
| จำนวนเงิน | ตามอัตราขั้นบันไดอายุงาน | ศาลกำหนดตามดุลพินิจ |
| ที่ยื่น | กรมสวัสดิการฯ / นายจ้างจ่ายเอง | ฟ้องศาลแรงงาน |
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
เซ็นใบลาออกไปแล้วย้อนกลับมาเรียกค่าชดเชยได้ไหม
ยากมาก เพราะเอกสารลาออกเป็นหลักฐานว่าลูกจ้างสมัครใจออกเอง เว้นแต่พิสูจน์ได้ว่าถูกบังคับหรือหลอกลวงให้เซ็น
ทำงานยังไม่ครบ 120 วันถูกเลิกจ้างได้ค่าชดเชยไหม
ไม่ได้ตามมาตรา 118 เพราะกำหนดขั้นต่ำคือทำงานครบ 120 วันขึ้นไปจึงจะมีสิทธิได้รับค่าชดเชย
ถูกไล่ออกฐานทุจริตนายจ้างไม่ต้องจ่ายค่าชดเชยเลยจริงไหม
จริง หากพิสูจน์ได้ว่าลูกจ้างทุจริตต่อหน้าที่หรือกระทำผิดร้ายแรงตามที่กฎหมายระบุไว้ นายจ้างไม่ต้องจ่ายค่าชดเชย แต่ภาระพิสูจน์อยู่ที่นายจ้าง
ฟ้องเลิกจ้างไม่เป็นธรรมต้องมีทนายไหม
ไม่จำเป็น ศาลแรงงานออกแบบให้ลูกจ้างฟ้องเองได้โดยไม่ต้องมีทนายและไม่เสียค่าธรรมเนียมศาล
นายจ้างเลิกจ้างเพราะบริษัทขาดทุนถือว่าเป็นธรรมไหม
โดยหลักถือว่ามีเหตุอันสมควรถ้าพิสูจน์ได้ว่าจำเป็นจริงและดำเนินการอย่างเป็นธรรม เช่น เลือกลูกจ้างที่เลิกจ้างด้วยหลักเกณฑ์ที่สมเหตุสมผล ไม่ใช่เลือกปฏิบัติ
ข้อจำกัดความรับผิดชอบ
บทความนี้ให้ข้อมูลทั่วไปเกี่ยวกับกฎหมายแรงงานในภาพรวม ไม่ใช่คำปรึกษากฎหมายเฉพาะกรณี โปรดปรึกษาทนายความไทยผู้มีใบอนุญาตหรือกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานก่อนตัดสินใจดำเนินการ